Home » Bitcoin พุ่งแตะ 74,000 ดอลลาร์ ก่อนร่วงต่ำกว่า 69,000 นักลงทุนแห่ขายทำกำไรกว่า 27,000 BTC

Bitcoin พุ่งแตะ 74,000 ดอลลาร์ ก่อนร่วงต่ำกว่า 69,000 นักลงทุนแห่ขายทำกำไรกว่า 27,000 BTC

by admin

ราคาของ Bitcoin เพิ่งสร้างความคึกคักในตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับ 74,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งเดือน แต่แรงซื้อกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเหล่านักลงทุนระยะสั้นเริ่ม เทขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 69,000 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดคริปโต CryptoQuant เผยว่า การพุ่งขึ้นของราคาในครั้งนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการขายทำกำไรครั้งใหญ่จากนักลงทุนระยะสั้น (Short-term holders) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความระมัดระวังของตลาดในช่วงเวลานี้

นักลงทุนระยะสั้นเทขายกว่า 27,000 BTC ใน 24 ชั่วโมง

Bitcoin short-term holder P&L (CryptoQuant)
Bitcoin short-term holder P&L (CryptoQuant)

นักวิเคราะห์ของ CryptoQuant ที่ใช้ชื่อว่า Darkfost เปิดเผยว่า ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นักลงทุนระยะสั้นได้โอน Bitcoin มากกว่า 27,000 BTC ไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต เพื่อขายทำกำไร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นหนึ่งใน การเพิ่มขึ้นของแรงขายที่สูงที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

กลุ่มนักลงทุนที่มีกำไรในตอนนี้ส่วนใหญ่คือผู้ที่ซื้อ Bitcoin ในช่วง 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือนก่อนหน้า โดยมีราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 68,000 ดอลลาร์

เมื่อราคาเด้งขึ้นเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ นักลงทุนกลุ่มนี้จึงเลือก ล็อกกำไรทันที แทนที่จะถือครองต่อเพื่อรอการขึ้นระยะยาว

โดยปกติแล้ว นักลงทุนระยะสั้น มักเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดเร็วที่สุด ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขามักเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงขายระยะสั้นในตลาดคริปโต

สัญญาณ “Bull Trap” คล้ายต้นปี

Bitcoin bull trap (TradingView)
Bitcoin bull trap (TradingView)

นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าการพุ่งขึ้นของ Bitcoin ครั้งนี้อาจมีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์ในช่วง เดือนมกราคมที่ผ่านมา

ในตอนนั้น Bitcoin เคยทะลุ 98,000 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นรูปแบบที่เรียกว่า “Bull Trap” หรือกับดักขาขึ้น ที่ราคาทำเหมือนจะทะลุแนวต้านสำคัญแต่สุดท้ายกลับปรับฐานลง

และในรอบนี้ การปรับตัวลงยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันที และสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโต

ปัจจัยหนุนระยะยาวยังแข็งแกร่ง

แม้จะมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่า ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin ยังคงแข็งแกร่ง

Adrian Fritz หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของบริษัท 21Shares ระบุว่า ตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ที่กฎหมาย Clarity Act ของสหรัฐ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จะผ่านการอนุมัติภายในสิ้นปีนี้

ข้อมูลจากตลาดคาดการณ์ (Prediction Markets) ชี้ว่าโอกาสที่กฎหมายดังกล่าวจะผ่านอยู่ที่ประมาณ 70% แม้ตลาดทำนายเหล่านี้จะมีสภาพคล่องไม่สูงมาก แต่ก็สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนที่มีต่อกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐ

เงินทุนสถาบันยังไหลเข้า Bitcoin ETF

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญของ Bitcoin คือ ความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน กองทุน Spot Bitcoin ETF ยังคงมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ล่าสุดมี เงินลงทุนสุทธิไหลเข้ามากกว่า 700 ล้านดอลลาร์

แม้ว่าราคาจะมีการปรับฐานในช่วงที่ผ่านมา แต่ปริมาณการถือครองใน ETF ลดลงเพียงประมาณ 5% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังค่อนข้างแข็งแกร่ง

Bitcoin เริ่มถูกมองเป็น “Gold Beta”

นักลงทุนบางส่วนเริ่มมอง Bitcoin ในบทบาทใหม่ คือ สินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามทองคำ แต่มีความผันผวนสูงกว่า หรือที่เรียกว่า “Gold Beta” หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนบางรายจึงเริ่ม หมุนเงินจากทองคำเข้าสู่ Bitcoin เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่า

สรุปสถานการณ์ตลาด

แม้การพุ่งขึ้นของ Bitcoin ไปที่ 74,000 ดอลลาร์ จะจุดกระแสการขายทำกำไรอย่างรวดเร็วจากนักลงทุนระยะสั้น แต่ภาพรวมของตลาดยังมีปัจจัยบวกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน
  • เงินไหลเข้า Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง
  • ความหวังต่อกฎหมายคริปโตในสหรัฐ
  • การใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งหมดนี้ทำให้หลายฝ่ายยังเชื่อว่า แนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin ยังมีโอกาสเติบโตต่อได้ แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม

You may also like